นิทรรศการ Out of the Fold ของกรรณชลี งามดำรงค์ จะพาคุณไปสัมผัสกับเสน่ห์ของผืนผ้า การเย็บ การย้อม และการ ‘คลี่คลาย’ ความงดงามภายหลังกระบวนการทำมืออันอ่อนโยนและละเอียดอ่อน

Author: Pacharee Klinchoo
Portrait Photographer: Chatchanan Chantajinda
คอนเซ็ปต์ของงานนิทรรศการ Out of the Fold
เราทำงานเป็นดีไซเนอร์ของแบรนด์ตัวเอง Slowstitch Studio อยู่แล้ว ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ทำงานมัดย้อมโดยใช้วิธีการเย็บให้เกิดลาย กระบวนการนี้ทำให้ผ้ามัดย้อมมีความซับซ้อน และมีความเป็นกราฟิกมากยิ่งขึ้น งานนิทรรศการ Out of the Fold ครั้งนี้ก็ต่อยอดมาจากตรงนั้น เนื่องจากแบ็กกราวด์ของเราที่เรียนจบสาขาสิ่งทอมาจาก Chelsea College of Arts กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เราได้เรียนเรื่องการออกแบบโครงสร้างการทอผ้า ซึ่งเชื่อมโยงกับรูปทรงเรขาคณิตอยู่เยอะ มีการคิดการทำงานอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว เราเลยใช้ตัวตนตรงนั้นของเรามาออกแบบงานนิทรรศการครั้งนี้ค่ะ เรามองว่าการทำผ้าด้วยเทคนิคนี้ก็เหมือนกับการวาดรูปอย่างหนึ่ง แทนที่เราจะใช้ดินสอ พู่กัน หรือปากกา เราก็ใช้ด้ายในการวาดรูปค่ะ
เทคนิคการมัดย้อม (shibori)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA 







เทคนิคที่เราใช้มีต้นตอมาจากเทคนิค shibori ของประเทศญี่ปุ่น แต่เราดัดแปลงให้ออกมาเป็นแบบของตัวเราเองด้วยค่ะ ตอนที่เราเลือกไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น เราไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคชิโบริหรือการย้อมสีธรรมชาติมาก่อนเลยนะคะ แต่ด้วยความที่เราเติบโตมาในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร และไปเรียนต่อในเมืองใหญ่อย่างกรุงลอนดอน เราก็ไม่เคยได้สัมผัสกับวิถีธรรมชาติสักเท่าไหร่ พอได้มีโอกาสไปเรียนเทคนิคนี้ เราได้ไปอยู่ในป่าในเขา อยู่กับธรรมชาติ ได้โฟกัสกับ ‘มือ’ ตัวเองจริงๆ ทำงานด้วยมือทั้งวันทั้งคืน อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกว่านี่เป็นวิถีที่เราไม่เคยมองเห็นคุณค่าของมันมาก่อน และนั่นทำให้เรานำวิถีดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งของงานเราเอง… จริงๆ แล้วเราเริ่มต้นจากเทคนิคนี้เพราะเราเห็นความสวยงามของมันในแง่ที่ว่ามันไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรใดๆ มากมาย มีเพียงสองมือของเรา เข็ม ด้าย และผ้า เราก็สามารถทำงานได้แล้ว
การต่อยอดเทคนิคสัญชาติญี่ปุ่นกับวัสดุที่หาได้ในประเทศไทย


OLYMPUS DIGITAL CAMERA 

เอาจริงๆ เรามองเห็นความเกี่ยวพันกันตั้งแต่แรกนะคะ… เพราะวัฒนธรรมการสร้างสรรค์งานชิโบรินั้นมาพร้อมกับกระบวนการย้อมคราม ซึ่งก็มีอยู่แล้วในประเทศไทย เพียงแค่แตกต่างกันในแง่ของวิธีการที่จะทำให้ได้สีครามมาเท่านั้น เราจึงศึกษาเพิ่มเติมต่อยอดมาเรื่อยๆ และในประเทศไทย วัตถุดิบที่โดดเด่นของเราคือผ้าฝ้ายทอมือ ซึ่งเราจะเห็นกระบวนการเก็บดอกฝ้ายมาปั่นและทอด้วยมือให้เป็นผืน เป็นผ้าที่สามารถดูดซับสีได้ดีมาก เวลาย้อมออกมา เราจะรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ทำงานกับผ้าแบบนี้ค่ะ เพราะตอนเราทำงานที่ญี่ปุ่น ผ้าทั้งหมดจะเป็นผ้าทอเครื่องและเอามาทำต่อ แต่ในประเทศไทยเรายังสามารถหากลุ่มชุมชนที่ทำงานทอมือจริงๆ ได้อยู่ค่ะ
งานขายกับงานศิลป์
ถ้าถามเราว่ากระบวนการคิดในการทำงานดีไซน์กับงานศิลปะแตกต่างกันมากไหม เราว่ามันไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไรนะคะ ตอนที่เราทำงานของ Slowstitch Studio โปรดักต์สุดท้ายของเราจะออกมาเป็น ‘ผ้า’ หนึ่งผืน ซึ่งอาจจะเป็นผ้าพันคอ กระเป๋า หรือเสื้อผ้า เป็นสินค้าที่ทำสำเร็จออกมาแล้วอาจจะมีกลุ่มคนที่รู้จักเทคนิคและเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของเรา แต่คนที่มองไม่ออกอาจจะเห็นมันเป็นสินค้าผ้าพิมพ์ โดยไม่ได้เห็นกระบวนการหรือความเป็นศิลปะในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนั้นๆ ชัดเจน แต่พอได้มาทำงานนิทรรศการของตัวเองครั้งนี้ ได้คุยกับภัณฑารักษ์เพื่อระดมไอเดีย เราเองก็ได้เห็นว่ากระบวนการทำงานของเรานั้นมีภาษาบางอย่างที่ยังไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาในงานออกแบบ ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะปลายทางของงานออกแบบคือ ‘สินค้า’ ที่เอาไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้ แต่สำหรับงานศิลปะ เราสามารถเล่าเรื่องกระบวนการทำงานระหว่างทางได้ เพราะมันมีความน่าสนใจ มีความสวยงาม และมีมิติมากกว่าผ้าผืนหนึ่งที่คลี่ออกมาเป็นลายเท่านั้น
เสน่ห์ที่ควบคุมไม่ได้

คาแร็กเตอร์ของสีธรรมชาติคือข้อจำกัดในการเล่นเฉดสี ส่วนตัวเราไม่ได้ต่อต้านสีเคมีนะคะ และเอาจริงๆ กระบวนการทำสีธรรมชาติเองก็ซับซ้อนและใช้เวลานานมาก ซึ่งอาจจะใช้ทรัพยากรต่างๆ มากกว่าสีเคมีอีกเสียด้วยซ้ำ แต่ความสวยงามของมันอยู่ที่กระบวนการนี่ล่ะค่ะ และสีธรรมชาติที่ได้นั้นจะมีความลุ่มลึกมากกว่า มีมิติมากกว่าสีเคมี เราอยากจะโฟกัสตรงนี้ให้มากกว่านี้ ซึ่งเสน่ห์ของสีธรรมชาติ… หรืออาจจะเรียกว่าข้อจำกัดก็ได้… อยู่ที่… สมมติเราคิดว่าเปลือกมังคุดจะย้อมออกมาเป็นสีนี้ แต่เมื่อเราเปลี่ยนฤดูกาลเก็บมังคุด สีก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกเฉดหนึ่ง การเล่นสีธรรมชาติจึงไม่ได้อยู่ที่การจดจำว่าพืชชนิดนี้ให้สีนี้ได้สีเดียว แต่อยู่ที่การผสมและเทคนิคกึ่งๆ เคมีด้วย… อธิบายง่ายๆ คือ ก่อนการย้อมสีธรรมชาติจะต้องมีการเตรียมผ้าโดยการเอาไปต้มกับสารส้ม สนิม หรืออะไรอื่นๆ ซึ่งกระบวนการเตรียมผ้านี้จะเป็นตัวกำหนดโทนสีที่จะปรากฏบนผ้า ยกตัวอย่างเช่น ไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘ฝาง’ จะให้สีชมพูถ้าค่า pH เป็นด่าง แต่ถ้าเป็นกรดจะออกมาเป็นสีส้ม ในขณะเดียวกัน ถ้าเราเตรียมผ้าด้วยสารส้มที่มีค่า pH เป็นด่าง เราก็จะได้ผ้าสีชมพู แต่ถ้าเตรียมผ้าด้วยสนิม ซึ่งก็มีค่า pH เป็นด่างเช่นเดียวกัน เรากลับได้ผ้าสีม่วง ดังนั้นการเล่นกับสีธรรมชาตินั้นขึ้นอยู่กับการควบคุมของเรา นั่นคือความสวยงามในกระบวนการทำงานกับสีธรรมชาติค่ะ
นิทรรศการ Out of the Fold จัดแสดงที่โถงนิทรรศการ โรงแรม Rosewood Bangkok ระหว่างวันที่ 7 มกราคม – 31 มีนาคมนี้











