Author: Pacharee Klinchoo / Photographer: Chatchanan Chantajinda / Stylist: Napat Roongruang
“เปลี่ยนไปไหมเหรอครับ” UrboyTJ ย้อนถามเราเมื่อเราถามว่าเส้นทางในวงการบันเทิงตลอดสิบสามปีที่ผ่านมาส่งผลอย่างไรต่อตัวตนของเขาบ้าง “ผมไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะผมอยู่กับตัวเองตลอด ต้องลองถามคนอื่นดูน่ะครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องความคิด ผมว่าผมโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น มองโลกในแบบที่เข้าใจมันมากขึ้น… ไม่สิ ไม่เชิงเข้าใจ แต่หมายถึงดีลกับมันได้ดีขึ้น เมื่อก่อนผมจะเป็นแบบว่าถ้าเศร้าก็เศร้าหนัก แต่เดี๋ยวนี้ผมเริ่มจับทางได้แล้วว่ามันมาแล้วเดี๋ยวมันก็ไป อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ที่เจอมาตลอดทางในแง่ของความเป็นศิลปิน มันมีเรื่องที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอในชีวิตนี้ มีปัญหาที่ไม่คิดว่ามันจะมี มันทำให้เรามีประสบการณ์ เริ่มเข้าใจแล้วว่าวันนี้เราอาจจะมีความสุขมาก แต่วันหน้าอาจจะเศร้ามากก็ได้ ก็ต้องปรับตัวให้เป็น และอยู่กับสถานการณ์ให้ได้ครับ”
คำตอบที่เราได้รับนั้นทำให้เรามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความประทับใจ “ผมว่าดนตรีมันคือส่วนหนึ่งในชีวิตผมไปแล้ว” ทีเจยังคงสงบนิ่งเมื่อเราถามถึงความสำคัญของดนตรีต่อชีวิตของเขา “ผมไม่สามารถอยู่โดยไม่มีดนตรีได้แล้ว มันเป็นสิ่งเดียวที่ผมใช้ชีวิตกับมันแล้วไม่เบื่อ มีความสุขตลอด แม้ตอนที่ผมไม่มีความสุข ผมก็มีดนตรีอยู่เคียงข้างครับ มันเป็นองค์ประกอบหนึ่งในชีวิตของผมไปแล้วครับ
“ตอนที่ผมเริ่มมาเป็นศิลปินเดี่ยว” ทีเจตอบโดยไม่คิดเมื่อเราถามถึงความฝันสูงสุดในฐานะศิลปิน “เริ่มทำเพลงเอง ผมฝันว่าผมอยากมีอัลบั้มจริงๆ เป็นของตัวเอง ตอนนี้เพิ่งทำเสร็จไปครับ ก็รู้สึกว่าจุดหมายหนึ่งในชีวิตของเราก็ทำเสร็จไปแล้ว สำหรับตอนนี้ ต่อไปอาจจะเป็น… ทำอัลบั้มที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่ช่วงปีที่ผ่านมาผมโฟกัสกับอัลบั้มตัวเองมาก ใส่ทุกอย่างลงไปหมดจนเสร็จ ตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วครับ เหมือนเอาทุกอย่างออกมาหมดแล้วจริงๆ อยากมีเวลาให้ตัวเองไปเติมพลังบ้างน่ะครับ”
โอ้โห… ปล่อยสุดขนาดนี้แล้วคาดหวังอะไรบ้างกันนะ เราอดสงสัยไม่ได้ “จริงๆ แล้วมันค่อนข้างโล่งนะครับที่ดึงทุกอย่างออกมาได้หมดแบบนี้ ผมแฮ้ปปี้กับอัลบั้มนี้มากๆ มันเป็นตัวผม 100% เลยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องออกมาเป็นอย่างไร แค่ได้ทำออกมา และติ๊กถูกหนึ่งข้อในชีวิตว่าเราอยากทำอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองออกไปแล้ว ก็รู้สึกว่าดีแล้วครับ”

