ในวันที่ดนตรีโอเปร่าไม่จำเป็นต้องปีนบันไดฟัง
Author: Pacharee Klinchoo
Photographer: Napat Gunkham
ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ออฟฟิศของลอฟฟีเซียล ออมส์ ได้ทำความรู้จักกับกลุ่มนักร้องป็อปโอเปร่า FIVERA ที่มาเยี่ยมเยือนและอวยพรวันเกิดเราถึงออฟฟิศด้วยการร้องเพลงโอเปร่าสดๆ โชว์พลังเสียง แม้ว่าจะได้ฟังเพียงสั้นๆ เราก็อดประทับใจในความสามารถของนักร้องโอเปร่าทั้งห้าชีวิตไม่ได้ และเมื่อสบโอกาสเราก็ไม่ลังเลเลยที่จะนั่งล้อมวงสัมภาษณ์สมาชิกทั้งห้าอันประกอบไปด้วยตุลย์ – ตุลานันท์ นรเศรษฐ์พิศาล นักร้องเสียงเบส-บาริโทน, แป้ง – ณัฐทิดา กำชัย นักร้องเสียงโซปราโน, ฟิล์ม – ธนพรรษ ญาติเจริญ นักร้องเสียงเทเนอร์, คิมิโกะ – มัชฌิมา มีบำรุง นักร้องเสียงโซปราโน และเต้ – บดินทร์ ปิยะธนะศิริกุล นักร้องเสียงบาริโทน เพื่อทำความเข้าใจศิลปะแขนงนี้ให้มากขึ้นอีกนิด

ยุคสมัยของนักร้องห้าเสียง
ฟิล์ม : วงเราเริ่มมาเกือบสิบปีแล้วครับ ช่วงแรกๆ ที่เราทัวร์ต่างประเทศกันเป็นหลัก เราใช้ชื่อวงว่า VIVA มีผู้จัดการและค่ายเป็นต่างชาติ พอจบสัญญา พวกเราก็ย้ายกลับมาทำงานในประเทศไทยครับ ตอนนั้นยังไม่มีค่าย ก็ไปร้องตามโรงแรมต่างๆ หรือรับงานไพรเวทปาร์ตี้ จนกระทั่งมีผู้ใหญ่ของทาง BEC-Tero Music ไปเจอเข้า ก็เลยได้เซ็นสัญญา และได้ชื่อใหม่เป็น FIVERA ซึ่งมาจากคำว่า FIVE รวมกับคำว่า ERA เป็นยุคสมัยของนักร้องห้าคน-ห้าเสียงนี่ล่ะครับ
ตุลย์ : อธิบายก่อนนะครับว่าวงโอเปร่าไม่จำเป็นต้องมีสมาชิกห้าคนนะครับ แต่พวกเราเลือกที่จะมีห้าคน-ห้าเสียง เพราะจะได้เสียงที่หลากหลาย มีผู้หญิงเสียงสูง ผู้หญิงเสียงต่ำ ผู้ชายเสียงสูง ผู้ชายเสียงกลาง และผู้ชายเสียงต่ำ เวลาร้องเพลงโอเปร่าจะได้ประสานเสียงกันกลมกล่อม เพราะพอดี เต็มเรนจ์เสียง เป็นส่วนผสมที่ดีในการร้องเพลงลักษณะนี้ครับ
โอเปร่าที่เข้าถึงได้
ตุลย์ : ป็อปโอเปร่าคือการนำเพลงโอเปร่าที่ฟังง่ายมาร้องให้คนฟัง โดยเราจะเลือกเพลงโอเปร่าที่มีเมโลดี้ติดหูเป็นที่รู้จักของคนอยู่แล้วมาปรับดนตรีนิดหน่อย ปรับสไตล์การร้องให้ฟังง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็จะเลือกเพลงป็อปที่มีคนรู้จักอยู่แล้วมาดัดแปลงดนตรีและวิธีการร้องให้เป็นโอเปร่ามากขึ้นด้วยครับ
ฟิล์ม : ให้เพลงป็อปเหล่านั้นฟังดูอลังการมากขึ้น ให้ดนตรีโหมมากขึ้น เป็นลักษณะที่ใช้วงออร์เคสตรามาเล่นดนตรีป็อป โดยใช้เสียงโอเปร่าในการร้อง ปรับแต่งภาษาด้วยนิดหน่อย อย่างบางเพลงก็จะเริ่มต้นมาเป็นป็อปใสๆ พอกลางๆ เพลงก็เริ่มโหมดนตรีให้หนักขึ้น เปลี่ยนเสียงร้องเป็นโอเปร่ามากขึ้น ประสานกันห้าคนน่ะครับ อีกหนึ่งคาแร็กเตอร์ก็คือ ปกติวงโอเปร่าจะไม่ใช้เครื่องดนตรีประเภทกลอง เบส หรือกีตาร์ แต่เราก็ใช้เครื่องดนตรีเหล่านั้นเป็นหลักเพื่อให้เข้าสู่คนได้ง่ายขึ้นครับ

ถึงเวลาขยายฐานกลุ่มผู้ฟัง
ตุลย์ : สิบปีที่ผ่านมากลุ่มคนฟังก็เปลี่ยนแปลงไปบ้างนะครับ แต่ไม่มากในระดับเห็นได้ชัด ในสมัยก่อนคนฟังเพลงโอเปร่าจะค่อนข้างมีอายุ ได้เดินทางไปฟังโอเปร่าจริงๆ ที่ต่างประเทศมา แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มคนที่กำลังจะแต่งงาน อยากได้วงของพวกเราไปร้องในงานแต่งเพื่อสร้างความหรูหราให้กับงานของเขา หรือมีคนรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นเด็กๆ เลย บอกว่าชอบวงของเราน่ะครับ แต่ก็เป็นกลุ่มเล็กๆ ไม่ได้กว้างขวางในระดับเพลงป็อปนะครับ เพราะในปัจจุบันวงเรายังคงความเป็นโอเปร่าไว้เยอะ แต่เราพยายามทำเพลงใหม่ๆ โดยผสมเพลงป็อปไทยที่เป็นที่รู้จักเข้าไปให้เยอะขึ้น นำมา mash up กับเพลงต่างชาติ เพื่อให้คนฟังรู้สึกว่าเพลงป็อปที่คุ้นหูอยู่แล้วเมื่อเติม element ความเป็นโอเปร่าเข้าไป มันก็แปลกดีเหมือนกันนะ
เต้ : จริงๆ แล้วพวกเราพยายามทำตลาดให้ขยายกว้างมากขึ้น เพราะคนที่ชอบฟังเพลงโอเปร่าพอมีอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าจะหาฟังได้ที่ไหนในประเทศไทย เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขารู้ว่าสามารถฟังเพลงแบบนี้ในประเทศไทย
วงป็อปโอเปร่าเพียงหนึ่งเดียวในสยามประเทศ
ฟิล์ม : ถ้าถามว่าแนวเพลงประเภทนี้จะสามารถโตไปได้มากกว่านี้ไหมในประเทศไทย เรามองว่ามันอาจจะไม่ได้โตไปมากกว่านี้หรอก เพราะการแข่งขันในประเทศไทยไม่ค่อยสูงมากเท่าต่างประเทศ เลยไม่มีการแข่งขันกันทำเพลงออกมา ถ้าพวกเราไม่ผลักดันตัวเองกันเองก็ไม่มีใครมาคอยผลักดันพวกเราหรอก
แป้ง : หนึ่งหน้าที่ของเราในวงคือ arrange เพลงให้คนอื่นร้อง ร่วมกับตุลย์น่ะค่ะ เราจะคอยดูความสามารถของแต่ละคนตลอดเวลาว่าดร็อปลงไปหรือเปล่า และเราพยายาม arrange เพลงใหม่ๆ ออกมาตลอดในทุกเทศกาล เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสซ้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ร้องเฉพาะเพลงที่เราร้องกันจนชินอยู่แล้ว ซึ่งตอนเรา arrange เราก็จะใส่อะไรเข้าไปเยอะๆ เพื่อให้ทุกคนได้ซ้อมร้องให้ดีๆ ค่ะ
ฟิล์ม : วงเราอยู่กันมาเกือบสิบปี ได้ไปทัวร์มาประมาณ 19 ประเทศรอบโลกแล้ว ซึ่งงานส่วนใหญ่จะเป็นการร้องในโรงแรมหรู หรืองานไพรเวท พอเราโตขึ้น ได้เจอศิลปินมากขึ้น เราอยากทำอะไรที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น อยากขยายงานของเราไปอีก อยากร่วมมือกับศิลปินคนอื่นๆ ในส่วนของงานจ้าง เราก็ต้องพัฒนาวงของตัวเองไปมากขึ้น นอกจากจะเป็นวงที่ร้องเพลงดีในด้านเสียงแล้ว เราต้องเอนเตอร์เทนแขกได้ เปิดฟลอร์ได้ ทุกคนในวงต้องมีความสามารถในการเอนเตอร์เทนแขก เพื่อที่จะเริ่มต้นได้แบบแกรนด์ๆ และจบแบบสนุกสนาน ให้แขกทุกคนประทับใจได้ครับ

Special Thanks: BEC-Tero Music

