การออกกำลังกายไม่ใช่มีแค่ผลดีเพียงเท่านั้น เพราะการออกกำลังกายก็มีผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน หลายคนอาจจะสงสัย ว่าเป็นไปได้ด้วยหรือที่จะมีใคร “ออกกำลังกายมากเกินไป” เพราะที่เคยเจอก็มีแค่คนที่อยากออกกำลังกายให้มากกว่าเดิมเท่านั้นเอง แต่ความจริงแล้วมีผู้ชายจำนวนไม่น้อยเลยที่ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง ชนิดที่เรียกว่า “เสพติดการออกกำลังกาย” ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรียกว่า ‘Over Exercise’ การออกกำลังกายจะส่งผลเสียตีกลับสู่ร่างกายและจิตใจได้เช่นกัน
อาการเซื่องซึมหลังออกกำลังกาย

ความรู้สึกที่ดีหลังการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควรจะเป็นความรู้สึกโล่งสบาย สดชื่น กระปรี้กระเปร่า และยังพร้อมที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อได้ไม่ยากหลังจากที่พักเหนื่อยเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเราออกกำลังกายมากไปและบ่อยครั้งเกินไปจนกระทั่งเกิดความรู้สึกเซื่องซึม, อ่อนเพลีย, ง่วงนอนจัด และไม่อยากทำอะไรต่อทั้งสิ้น นั่นคือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าเรากำลังเข้าสู่โหมด Over Exercise
ก้าวขาไม่ออก

จากที่เคยก้าวขาวิ่งได้อย่างสบายๆ ไม่มีอะไรติดขัด แต่อยู่มาวันหนึ่งกลับรู้สึกว่าวันนี้ “ขาหนัก” ราวกับว่ามีอะไรมาถ่วงไว้จนก้าวขาแทบไม่ออก หรือแขนไม่สามารถยกน้ำหนักเดิมที่เคยยกได้แบบสบายๆ อีกต่อไปแล้ว นี่คือสัญญาณอันตรายที่ร่างกายพยายามบอกกับเราว่า “พักบ้าง”
ป่วยง่ายและป่วยนาน เหมือนคนไม่ได้ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายแต่พอดีจะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ทำให้ไม่ป่วยง่าย หรือถึงแม้เจ็บป่วยไม่สบายก็จะสามารถหายจากอาการเหล่านั้นได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเวลาใดที่เรา Over Exercise หรือออกกำลังกายมากเกินไป ผลตีกลับของมันจะเป็นไปในทางตรงข้าม เพราะร่างกายจะอ่อนแอลงจนกลายเป็นทำให้เราป่วยง่ายขึ้น และไม่ยอมหายสักที ราวกับเป็นคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลยด้วยซ้ำไป หากคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายเยอะ แต่เป็นหวัดบ่อย อาจต้องระวังเรื่องนี้ไว้บ้าง
บาดเจ็บง่าย และเจ็บนานขึ้น

คล้ายๆ กับอาการป่วย นั่นคืออาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย เช่น เจ็บกล้ามเนื้อ, เจ็บเข่า, เจ็บหัวไหล่ ฯลฯ อาการเหล่านี้จะเกิดบ่อยขึ้น อีกทั้งเมื่อบาดเจ็บแล้ว ร่างกายกลับต้องใช้เวลาฟื้นตัวเองนานขึ้นกว่าเดิมที่เคยเป็น ผู้ชายบางคนมองว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากอายุที่มากขึ้น แต่ความจริงอาจเกิดจากการที่คุณหักโหมออกกำลังกายมากเกินไปก็เป็นได้
ไม่มีสมาธิทำงานอื่น

บางครั้งผลกระทบไม่ได้เกิดที่ร่างกายอย่างชัดเจน แต่กับเกิดขึ้นภายในจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่สังเกตได้ยาก แต่ลองตรวจสอบสภาพจิตใจตัวเองสักหน่อยว่าการออกกำลังกายที่คุณทำอย่างหนักหน่วงทุกวันนี้นั้น มันทำให้คุณรู้สึกมีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตน้อยลงหรือไม่ วันๆ คิดแต่จะออกกำลังกายหรือเปล่า และเมื่อออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว เราสามารถกลับมาสู่โหมดการทำงานในเวลาต่อมาได้ง่ายและเร็วแค่ไหน หากเราประสบปัญหาดังกล่าวจนทำให้ทำงานช้าลง งานเสร็จช้าและไม่มีประสิทธิภาพ ก็คงถึงเวลาที่ต้องปรับตัวเอง
Cr. mendetails.com

