
นักรบทุกคนย่อมเคยมีบาดแผล แม้แต่แอ็คชั่นสตาร์มือเก๋า ผู้รับบทบาทนักรบเดนตาย จอห์น แรมโบ้ อย่าง ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ก็ไม่มีข้อยกเว้น ใน “Rocky IV” เขาถูกต่อยที่หน้าอกจนหัวใจเกือบหยุดเต้น ใน “The Expendables” การต่อสู้กับ ‘สโตนโคลด์’ สตีฟ ออสติน ทำให้กระดูกคอเขาร้าว ใน “First Blood” ฉากสตั๊นท์ที่เขาต้องกระโดดลงมาจากต้นไม้ทำให้ซี่โคงของเขาหัก แต่บาดแผลเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดแสดงแต่อย่างใด
“ระดับความเจ๋งของหนังตามความคิดผมนั้นวัดจากความรุนแรงของแบดแผลครับ” สตอลโลน กล่าวด้วยสีหน้ารื่นเริงในขณะให้สัมภาษณ์

ถึงแม้ว่าในปีนี้ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน จะมีอายุ 73 ปีแล้ว เขาก็ยังไม่คิดเลิกเล่นแนวของภาพยนตร์ที่ทำให้เขามีชื่อเสียงแต่อย่างใด และในระหว่างการถ่ายทำ “Rambo: Last Blood” เขาก็ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานความรุนแรงของอาการบาดเจ็บในครั้งนั้น ภายหลังเขาก็ได้เผยว่า การเล่นฉากบู๊ด้วยอายุขนาดเขานั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย
“ผมเข้าโรงยิมมาไม่ได้สักพักใหญ่แล้วครับ นั่นไม่ใช่เพราะผมขี้เกียจ แต่เป็นเพราะผมกำลังแสดงใน Rambo อยู่ ซึ่งมันได้สร้างความเสียหายและอาการบาดเจ็บกับร่างกายของผมเป็นอย่างมาก” สตอลโลนได้เผยข้อความดังกล่าวผ่าน Instagram ส่วนตัวของเขา “การกลับมารับบทนี้ ถ้าว่ากันตามความจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ใครล่ะที่ไม่อยากจะนอนนิ่ง ๆ สบาย ๆ อยู่บนเตียง แต่ฟังผมนะ ชีวิตมันก็เหมือนกับภาพยนตร์นั่นล่ะ คุณคือนักแสดงที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้น และถ้าคุณอยากจะได้บทตัวเอก คุณก็จะต้องออกไปไขว่คว้ามันมาให้ได้ด้วยมือของคุณเองไง”จาก First Blood ถึง Last Blood

เมื่อสตอลโลนเล่นเป็นจอห์น แรมโบ้ครั้งแรกใน First Blood ปี 1982 ก็สร้างความสั่นสะเทือนให้แฟนๆ ตั้งแต่ที่เขาเป็นที่รู้จักจากบทนักมวยร็อคกี้ บัลบัวใน Rocky การที่สตอลโลนเล่นเป็นแอนตี้ฮีโร่ถือเป็นเรื่องท้าทายในเมื่อกระแสแอนตี้ฮีโร่ดูห่างไกลจากการเป็นตัวโครงเรื่องหลักของหนังกระแสหลัก แต่อีกประการหนึ่ง ตัวละครแรมโบ้ก็มีด้านที่น่าเห็นใจในการเป็นศาลเตี้ยอดีตทหารผ่านศึกเวียดนาม สงครามเวียดนามเป็นที่พูดถึงในต้นยุค 80 และพูดถึงสภาพจิตใจของทหารผ่านศึก และหนังที่สำรวจประเด็นสงครามอย่างลึกซึ้งก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากไปกว่าหนังเรื่อง The Deer Hunter และ Apocalypse Now เมื่อพิจารณา First Blood ผ่านสายตาของคนยุคใหม่ คุณจะเห็นความสดใหม่ของหนังในการถ่ายทอดฉากแอ็คชั่น นักวิจารณ์บางคนสับเละหนังในปี 1982 ขณะที่ภายหลังก็เปลี่ยนความคิดใหม่เกี่ยวกับวิธีปฏิวัติของตัวหนัง
ทหารผ่านศึกที่เข้าใจผิดก็ยังเป็นประเด็นที่เหมาะสมในปัจจุบันนี้เช่นกัน ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมการที่สตอลโลนคิดสวมบทแรมโบ้อีกครั้งในอายุ 73 เป็นความคิดที่น่าสนใจในการถ่ายทอด ดูจากหน้าหนังแล้ว มันอาจจะทำให้หนังภาคก่อนๆ กลายเป็นของเด็กเล่น
ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน จัดเต็มภาคสุดท้ายในรูปแบบเรต R

มันออกจะเป็นเรื่องสั่นสะเทือนที่คิดว่าสตอลโลนปรากฏตัวในหนังเรต R หนักๆ เพราะเรารู้จักเขาในฐานะดารานักบู๊เข้มข้นในด้านใดด้านหนึ่งมากกว่าดาราเข้าถึงผู้ชมทุกวัย หนังอย่าง Rocky มักรักษาความสมดุลของทั้งสองด้านนี้เช่นเดียวกับ Creed และหนังภาคต่อ
Rambo มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มต้น ไม่รวมถึงการถูกปรับความแรงให้ลดลงในยุค 80 เพื่อหลีกเลี่ยงเรต R.ในตอนนั้น จากปากของสตอลโลนแล้ว หนังภาคที่ใกล้จะฉายอย่าง Rambo: Last Blood จะแตกต่างจะเรื่องอื่นๆที่เคยดูมา ครั้งนี้แรมโบ้ต้องทำศึกกับแก๊งค้ามนุษย์ใกล้ชายแดนเม็กซิโก

บางคนอาจจะรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับความรุนแรงแบบเข้มข้นเมื่อสิ่งที่เราเห็นตามหนังและรายการทีวีมันเลือดสาดในระดับชวนช็อกแล้ว การได้เห็นสตอลโลนเล่นภาค Last Blood จึงอาจจะเป็นความเซอรไพรส์ครั้งใหญ่และสร้างมาตรฐานของการไม่กีดกันดารานักบู๊อายุ 70 กว่าในการถ่ายทอดสิ่งที่น่าสนใจบนจอเงิน
การออกกำลังกายของสตอลโลนทำให้เขาดูหนุ่ม

คุณต้องสงสัยว่าอายุของจอห์น แรมโบ้ใน Rambo: Last Blood คืออายุ 73 หรือเปล่า คงไม่มีใครเชื่อ แม้วันเดือนปีเกิดของสตอลโลนคือ 1946 เขาก็ยังดูหนุ่มในอายุ 40 หรือ 50 มากกว่าอยู่ในวัยเลยเกษียณเพราะโปรแกรมการออกกำลังกายของเขา
บางคนอาจจะเถียงว่าเขาดูหนุ่มกว่าอาร์โนลด์ ชวาสเซเนกเกอร์ มากซึ่งเขามีเรื่องขัดแย้งแบบเดียวในสมัยการเป็นดาราดังแห่งยุค 80 ปัจจุบันขณะที่สตอลโลนเซ็นสัญญากำกับและอำนวยการสร้างหนังทีวี The International กับเพื่อนสนิท ดอล์ฟ ลันด์เกรน สตอลโลนก็ยังอยู่ติดกับหนังแนวแอ็คชั่นเมื่อ Rambo: Last Blood จะเป็นหนังแอ็คชั่นเข้มข้นเรื่องสุดท้ายที่เขาเคยเล่นในแบบที่หลายคนยากที่จะเชื่อ
ดารานักบู๊ในอายุ 70 อาจจะเป็นที่ต้องการถ้าพวกเขารักษาหุ่นแบบเดียวกับที่สตอลโลนทำได้ การรู้ว่าพวกเขาอาจจะเจ็บตัวแบบเดียวกับนักแสดงหนุ่มกว่าอาจจะช่วยดึงดูดผู้ชมอายุมากกว่าที่คิดว่าหนังแนวแอ็คชั่นได้ละเลยพวกเขามาหลายปีแล้วเตรียมพบกับภารกิจสุดท้ายของนักรบเดนตายแรมโบ้ กับการการกลับมาปิดตำนานครั้งยิ่งใหญ่เกือบ 40 ปี ระห่ำความมันส์ พร้อมสาดกระสุนแบบนันสต็อป เดือดกว่า โหดกว่า ระห่ำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“Rambo: Last Blood แรมโบ้ 5: นักรบคนสุดท้าย” พิสูจน์ความมันส์พร้อมกัน
19 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

