“ฮิโรโอมิ โทซากะ” และ”อายามิ นากะโจ” สองนักแสดงนำจากภาพยนตร์ “Snow Flower”

Share This Post

- Advertisement -

กระแสความซึ้งมาแรงจนต้องบอกต่อ ขึ้นแท่นภาพยนตร์แห่งความโรแมนติกเรียกน้ำตาประจำเดือนเมษายนอย่างไร้ข้อกังขา สำหรับภาพยนตร์ “Snow Flower” หนังที่สร้างโดยแรงบันดาลใจจากเพลง Yuko No Hana ของ มิกะ นากาชิมะ ที่เธอเคยขับร้องไว้ในปี 2003 และกำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ขณะนี้ เรื่องราวของความรักระหว่าง มิยูกิ (อายามิ นากะโจ) หญิงสาวผู้ต้องการรับรู้รสชาติของความรักแม้ว่าชีวิตของเธอจะเหลืออีกแค่ปีเดียว และ ยูสุเกะ (ฮิโรโอมิ โทซากะ) ชายหนุ่มใส่ซื่อผู้มีความฝันอยากเป็นศิลปินนักเป่าแก้วเหมือนพ่อผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา ครั้งนี้สองนักแสดงนำของเรื่องอย่าง “ฮิโรโอมิ โทซากะ” และ“อายามิ นากะโจ” จะมาพูดถึงความประทับใจและความรู้สึกในการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้

พวกคุณรู้สึกอย่างไรตอนที่ทราบเรื่องเกี่ยวกับโปรเจกต์ภาพยนตร์นี้ ?

ฮิโรโอมิ : ครั้งแรกที่ผมได้ยินเรื่องของโปรเจกต์นี้ ผมได้ย้อนถามคนที่เสนอโปรเจกต์ไปครับว่า “คุณพูดจริงเหรอ” แต่ว่าเมื่อผมอ่านบทภาพยนตร์เสร็จ ผมก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพยนตร์ที่สร้างจากเพลงชื่อดังอย่าง “Snow Flower (Yuki no Hana)” เท่านั้น แต่มันยังเป็นภาพยนตร์ที่ดีมาก ๆ ด้วย บทเพลงอันไพเราะและทัศนียภาพอันสวยงามจะทำปฏิกิริยาเพื่อสร้างปรากฏการณ์ที่จะทำให้คุณไม่ลืมเลือด ดนตรีที่บรรเลงโดย ทาโร่ ฮาคาเสะ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การถ่ายทอดอารมณ์ของภาพยนตร์ดูมีความเป็นเอกลักษณ์ ผมรู้สึกโชคดีมากครับที่ได้เข้าร่วมโปรเจกต์นี้

อายามิ: ฉันก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันค่ะ
เพลง “Snow Flower” ได้ถูกปล่อยออกมาช่วงที่ฉันพึ่งอายุ 6 ขวบค่ะ มันเป็นเพลงที่คนส่วนใหญ่รู้จักกัน แต่ว่าไม่ใช่สำหรับคนในรุ่นฉัน ดังนั้นการที่ฉันได้แสดงในหนังที่สร้างจากเพลงนี้มันจึงรู้สึกแปลกนิด

พวกคุณคิดยังไงกับเพลงนี้ ?

อายามิ: ฉันคิดว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนกับ “หิมะ” จริง ๆ ค่ะ ครั้งหนึ่งฉันเลยเอามือรับหิมะที่กำลังตกแล้วจ้องมองมัน

ฮิโรโอมิ: น่ารักจังครับ

อายามิ: ฉันดูบ้ามั้ยล่ะคะ (หัวเราะ)

ฮิโรโอมิ: (หัวเราะ) ผมได้ฟังเพลง “Snow Flower” ครั้งแรกตอนอายุ 16 ครับ มันเป็นเพลงที่วัยรุ่นสมัยนั้นฟังกัน ดังนั้นเวลาที่ผมได้ยินเพลงนี้ ผมก็จะนึกถึงช่วงฤดูหนาวสมัยที่ผมยังเรียนหนังสืออยู่ แม้ว่าตอนนี้ผมจะทำงานเป็นศิลปินแล้ว แม้ว่าแนวดนตรีที่ผมฟังในตอนนี้จะเปลี่ยนไปแล้ว ความรู้สึกนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม ในตอนนั้นผมไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าอีก 15 ปี ข้างหน้าผมจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ที่สร้างจากเพลง ๆ นี้

คุณโทซากะคาดหวังไหมสำหรับหนังเรื่องแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ “Hot Road” ?

ฮิโรโอมิ: ครับ แต่ผมไม่กดดันนะครับ ทุกครั้งที่ผมแสดงผมจะจินตนาการว่าผมกำลังเริ่มจากศูนย์ ในหัวผมจะไม่มีคำว่า “ผมเคยทำอย่างนี้ในหนังเรื่องที่แล้ว” และอีกอย่างผมก็ไม่เคยคิดด้วยว่าตัวผมคือนักแสดง แน่นอนครับว่าผมจะแสดงฝีมืออย่างเต็มที่แน่นอน แต่ผมขอสารภาพนะครับว่าผมไม่อยากฟังความคาดหวังของแฟน ๆ เลยครับ

บทของคุณนากะโจเองก็ดูต่างจากบทเดิม ๆ ที่คุณเคยรับนะ ?

อายามิ: ก่อนหน้านี้ฉันได้รับแต่บทตลก ๆ หรือไม่ก็บทนักเรียน ดังนั้นภาพลักษณ์ของฉันในเรื่องนี้อาจจะดูแปลกตานิดหน่อย มันเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับฉัน และมันก็ทำให้ฉันได้รับรู้ความรู้สึกใหม่ ๆ ที่ฉันไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนค่ะ

ความประทับใจที่คุณมีต่อคู่นักแสดงของคุณเป็นอย่างไร ?

ฮิโรโอมิ: อายามิเป็นคนที่ดูสดใสเหมือนท้องฟ้าครับ แค่มีเธออยู่บรรยากาศรอบ ๆ ก็เปลี่ยนไปแล้ว และเธอยังเป็นคนที่มีนิสัยตรงไปตรงมาด้วย

อายามิ: ฉันและคุณโทซากะมีช่างแต่งหน้าคนเดียวกันค่ะ เนื่องจากภายนอกเขาเป็นคนที่ดูน่ากลัวนิด ๆ ก่อนเริ่มเปิดกล้องฉันเลยแอบถามเขาว่า “คุณโทซากะเป็นคนยังไง” เขาก็ตอบฉันกลับมาว่า “เขาเป็นคนดีครับ” ฉันเลยรู้สึกโล่งใจค่ะ เมื่อเราได้พบกันครั้งแรกเขาก็เข้ามาทักทายฉันอย่างเป็นมิตร ภาพลักษณ์ของเขาในใจฉันก็ได้เปลี่ยนเป็น “พี่ชายที่แสนดี” แล้วฉันก็รู้สึกด้วยว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมาและไม่ตัดสินผู้อื่นจากการกระทำค่ะ

การถ่ายทำที่ฟินแลนด์เป็นยังไงบ้าง ?

อายามิ: ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้ฉันจะได้ไปถ่ายทำที่เมืองนอกค่ะ มันทำให้ฉันแอบคิดไม่ได้ว่าที่ฟินแลนด์นั้นจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ฉันพบก็คือ ทั้งเมืองนั้นมีแต่หิมะค่ะ… (หัวเราะ) มันเป็นสถานที่ที่หนาวมาก แต่สภาพของทิวทัศน์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะในฤดูหนาวนั้นก็สวยงามมากเช่นกัน เมืองในช่วงฤดูร้อนก็เป็นเมืองที่มีสีสันสดใสมาก ฟินแลนด์เป็นนประเทศที่มีภาพลักษณ์อันหลากหลายค่ะ

ฮิโรโอมิ: สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจก็คือ การที่ทีมงานใช้ประเทศฟินแลนด์เป็นจุดหมายของความรักครับ เรามีทั้งนักแสดงจากญี่ปุ่นและทีมงานจากฟินแลนด์ พวกเราทุกคนสามารถเข้ากันได้ดี แต่ว่าในช่วงฤดูร้อน ช่วงกลางคืนมันไม่ค่อยมืดซะเท่าไร ดังนั้นเราจึงถ่ายทำกันค่อนข้างลำบากครับ (หัวเราะ)

“ชีวิตหนึ่งปีที่เหลืออยู่ ..กับการเดินทางครั้งสุดท้ายจากโตเกียวสู่ฟินแลนด์ เพื่อพิสูจน์รักแท้และโชคชะตา”Snow Flower ชีวิตที่สั้นนั้นมีแค่เรา หนึ่งปีที่เหลือเราจะรักกันได้มากแค่ไหน“4 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์

- Advertisement -