
แวดวงศิลปะบ้านเรารู้จักริก้า ดีล่า ในฐานะนักสะสมศิลปะที่สนับสนุนผลงานศิลปินหน้าใหม่ๆ มาโดยตลอด แม้เธอจะให้เหตุผลที่เรียบง่ายว่า ไม่สามารถซื้องานศิลปินดังๆ ได้ เพราะราคาจะค่อนข้างสูง แต่เธอก็มีผลงานของถวัลย์ ดัชนี ในราคาที่เธอสนับสนุนได้ เพราะตัวศิลปินเอ็นดูเธอและลูกๆ จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของสัญชาตญาณในการเลือกสรรชิ้นงานมากกว่าที่ทำให้เธอรู้สึกภูมิใจกับการได้สนับสนุนศิลปินหน้าใหม่ที่วันหนึ่งพวกเขาก็จะได้ขึ้นทำเนียบเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง
“ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าผลงานศิลปินหน้าใหม่ที่ริก้าเลือกแล้วจะดังในอนาคตหรือเปล่า แต่ที่เลือกๆ มาก็เพราะความชอบส่วนตัว คืองานศิลปะนั้นสื่อสารกับริก้าหรือเปล่า ก็มีที่เราชอบมาแล้วเขาก็ไม่ใช่ศิลปินโด่งดังอะไร แต่ริก้าก็ยังชอบงานชิ้นนั้นอยู่ ทุกๆ 2 ปีริก้าจะหมุนเวียนสับเปลี่ยนเอาชิ้นงานที่เก็บๆ ไว้มาจัดวางชื่นชมในบ้าน จะว่าไปก็ไม่น้อยกว่า 25 ปีแล้วนะที่เริ่มสะสมงานศิลปะจริงๆ จังๆ

“คือคนอื่นมักจะพูดว่าถ้ามีเงินเดือนเดือนแรกให้แบ่งให้พ่อแม่ แต่ริก้าเอาเงินเดือนเดือนแรกซื้องานศิลปะของศิลปินไทยนี่แหละ เป็นภาพทางเดินในป่าอะไรแบบนี้แหละ ตอนนี้ก็แขวนไว้ที่บ้านคุณแม่ ก็ต้องยอมรับว่าแนวทางของงานศิลปะที่ชอบก็เปลี่ยนไปตามเวลา อย่างงานของพินรี สัณฑ์พิทักษ์ ที่เป็นภาพชิ้นใหญ่มากนี่ริก้าได้มาตอนท้อง คือรูปเขาก็สื่อความหมายถึงผู้หญิงท้อง ถึงมดลูก ริก้าไปยืนดูแล้วรู้สึกว่าภาพนี้สื่อสารกับริก้า แต่ตอนนี้งานของพินรีก็ระดับเข้ามิวเซียมอย่างเดียว
“แต่ที่ริก้าชอบมากและเชื่อว่าตัวเองคงมีสัญชาตญาณเรื่องศิลปะบ้างก็คือการได้สนับสนุนผลงานของนที อุตฤทธิ์ ตั้งแต่เขาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 จำได้ว่าไปดูงานของเขาที่แกลเลอรีพี่แคลร์ จาติกวณิช ริก้าชอบเลยและก็สนับสนุนเขาเท่าที่มีโอกาส ก็ต้องบอกนะว่าไม่ได้ร่ำรวยอะไร จะซื้องานศิลปะก็ต้องคิด ก็ทำงานแล้วแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งเพื่องานศิลปะที่ชอบ แต่นอกเหนือจากนั้นริก้าก็ได้รู้จักคุ้นเคยกับบรรดาศิลปินตั้งแต่เขาเริ่มต้นจนต่อมามีชื่อเสียงมาก อย่างนทีได้วาดรูปริก้าเป็นพอร์ตเทรต จะเรียกพอร์ตเทรตหรือเปล่า เพราะเป็นรูปด้านหลัง แล้วไม่เห็นหน้า (หัวเราะ) แต่เขาก็ไม่ได้วาดรูปแนวนี้ให้ใครนอกจากแม่กับแฟนของเขา เป็นงานชิ้นหนึ่งที่ริก้าชอบมาก คือไม่เห็นหน้าในภาพ แต่คนที่คุ้นเคยริก้าก็จะรู้ว่านี่ริก้า เพราะช่วงหนึ่งริก้าแต่งตัวแบบนี้
“คือจริงๆ ไม่ได้สะสมงานศิลปะแบบเก็งกำไร เพราะยังไงที่เลือกมาก็เป็นชิ้นงานที่ชอบและไม่คิดจะขาย มีคนมาขอซื้อภาพของนทีภาพใหญ่ที่เป็นรูปแจกัน ริก้าไม่ขายแน่ๆ เพราะตอนที่ได้มาก็เพราะชอบภาพนี้ ถึงตอนนี้จะเอาเงินให้เท่าไรก็ไม่อยากขาย แล้วงานของนทีตอนนี้ก็เป็นเรตยูโร งานเขาเข้ามิวเซียมใหญ่ๆ ริก้าเคยทำงานให้โซธ์บี้ส์ แต่ไม่ได้เอางานศิลปะที่ตัวเองมีไปขายนะ ตอนนั้นเศรษฐกิจไม่ดีไง ธนาคาร-บริษัทหลักทรัพย์ปิดตัวกันระนาว แล้วต้องเอาสินทรัพย์มาขาย พวกงานศิลปะอะไรต่างๆ ที่บริษัทเหล่านั้นเป็นเจ้าของ ทำโซธ์บี้ส์สิบกว่าปี ไม่ใช่แค่งานศิลปะ พวกเครื่องประดับ-นาฬิกาด้วยที่นำมาประมูลได้ งานแรกของริก้าคือ Bulgari เป็นผู้จัดการร้านคนแรกของเมืองไทยเลย ตอนนั้นยังไม่ได้แต่งงานด้วย ตอนนี้ลูกสองคนเรียนจบ ทำงานกันหมดละ คิดดูว่าสะสมงานศิลปะมายาวนานแค่ไหน”

ตอนนี้ชอบผลงานของศิลปินคนไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า
“จริงๆ คนที่เขาดังมากๆ นี่ก็ยังชอบผลงานของเขาอยู่นะ ไม่ว่าจะเป็นพี่ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, พี่ตึ๋ง – ชาติชาย ปุยเปีย หรืออย่างนที อุตฤทธิ์ แต่ชิ้นงานพวกเขาราคาก็เกินเอื้อมละ ถ้าช่วงไหนรายได้ดีก็อาจจะสนับสนุนผลงานพวกเขาได้บ้าง แต่รุ่นใหม่ๆ ตอนนี้ริก้าชอบงานของตะวัน วัตุยา บางคนอาจจะคุ้นหูกับนามสกุล ก็เป็นหลานของคุณนิติ วัตุยา ศิลปินดัง คือริก้าจะไม่ตัดสินผลงานจากความดังของศิลปิน หรือจะเลือกชิ้นงานก็ไม่ทำตัวเป็นแม่หมอคาดเดาว่าต่อไปศิลปินคนนั้นจะดังหรือเปล่า คือถ้าชอบผลงานก็สนับสนุน
“ของตะวันนี่ริก้าคิดว่าสีน้ำเป็นอะไรที่ยาก คือจังหวะต้องเป๊ะพอดี ถ้าพลาดก็พลาดเลย แล้วจริงๆ ตะวันเขาโด่งดังเพราะรูปนู้ด แล้วก็มีที่อาจจะสุดโต่งในสายตาบางคน แต่สำหรับริก้าไม่ได้มองว่างานศิลปะเกี่ยวกับนู้ดจะมีความอนาจารอะไร คือเราไม่คิดตรงนั้น แต่ดูจังหวะของสีน้ำที่เขาวาดกล้ามเนื้อสวย หรือภาพสื่อสารอะไรออกมา แต่ก็มาฉุกคิดที่วันหนึ่งลูกริก้า(ตอนนั้นยังเรียนระดับมัธยม) บอกกับเพื่อนที่ชวนมาเที่ยวที่บ้านว่า มาบ้านเราแล้วอย่าตกใจนะ บ้านเราจะมีภาพโป๊ๆ แขวนอยู่ คือเป็นคำพูดของเด็กนะ แต่ก็มาคิดว่าในมุมมองของคนอื่นอาจจะไม่ได้มองว่านี่เป็นงานศิลปะ โดยเฉพาะเด็กๆ คือลูกริก้าก็คงไม่ตกใจ เพราะโตมากับบ้านที่มีงานศิลปะแบบนี้ แต่ก็ทำให้ได้คิดว่าของแบบนี้คนอาจจะเข้าใจไม่เหมือนเราได้
“ตะวันเองก็โดนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลงานของเขา ตอนหลังเลยเปลี่ยนไปวาดไอ้มดแดงแทน แต่ริก้าก็ชอบนะ มีชิ้นหนึ่งที่ใหญ่เท่าตัวคนจริง คือชอบจังหวะการลงสีน้ำของเขามาก ล่าสุดที่ได้มาเป็นรูปเสือ ก็วาดได้สวยเชียว รูปสิงโตจีนก็มีมาเป็นคู่เลย แต่จริงๆ แล้วริก้าก็อยากจะให้ตะวันกลับไปวาดรูปนู้ดอีก
“ที่มีงานนู้ดสะสมส่วนหนึ่งนี่ไม่ใช่เพราะริก้าหมกมุ่นนะ บังเอิญว่าเป็นรูปผู้ชายเสียส่วนใหญ่ ไม่มีเหตุผลอะไรเลย เพราะศิลปินไทยชอบวาดรูปนู้ดผู้หญิงที่มีทรวดทรง มีเชฟบ๊ะๆ คือเขาก็คงไม่ได้เน้นอีโรติกอะไร แต่จะเน้นความสวยงามในเพศแม่ แต่ริก้าเป็นคนชอบนู้ดผู้หญิงที่หุ่นเพรียวๆ หน่อย แต่ผู้ชายนี่ส่วนใหญ่จะวาดกล้ามเนื้อสวย ก็เลยเลือกชิ้นงานที่เป็นนู้ดผู้ชายมากกว่า แล้วไม่มีชิ้นไหนที่เรียลลิสติกเลย คือไม่ได้อยากดูภาพโป๊ แต่ชอบงานศิลปะที่วาดในเชิงนู้ด”

สำหรับงานพระบรมสาทิสลักษณ์ ทราบว่าริก้าก็สะสมจริงจัง
“ใช่ สะสมมานานมาก ทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ด้วย อย่างพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 9 ที่พี่ศักดิ์วุฒิวาด ริก้ามีงานจริงที่ฉากหลังเป็นสีแดง ต้องยอมรับเลยว่าพี่ศักดิ์วุฒิวาดภาพพระองค์ท่านสวยมากๆ ไม่ได้เป็นภาพพอร์ตเทรตเฉยๆ แต่มีความเป็นอาร์ต ขณะเดียวกันพระองค์ท่านก็ดูงามสง่า ส่วนพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 10 ริก้าได้ผลงานของพี่ไจแอ้นท์ (สุรกิจ ธรรมาสถิตย์) คือศิลปินนี่บางคนอาจจะอายุน้อยกว่าริก้านะ แต่ก็เรียกพี่เพราะนับถือผลงานเขา ศิลปินที่วาดพระบรมสาทิสลักษณ์นี้วาดด้วยความเคารพเทิดทูน ริก้าสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของพวกเขา”
สำหรับการจัดวางงานศิลปะที่สะสมในบ้าน ริก้ามีหลักในการจัดวางอย่างไร
“คือไม่ได้จัดบ้านเป็นแกลเลอรี บ้านก็ยังเป็นบ้านที่ริก้าชอบ อยากจะอยู่ในบ้านที่รายรอบด้วยงานศิลปะที่ตัวเองชอบ บ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อการนี้เลย ก็อยากให้ดูมีชีวิตชีวา แต่งานศิลปะไม่ใช่งานเพื่อประดับตกแต่ง ไม่ใช่ไปสั่งศิลปินว่าต้องการภาพสีเขียวเพื่อจะได้เข้ากับห้องนี้ แต่เมื่อนำงานศิลปะมาจัดวางจะทำอย่างไรไม่ให้บ้านแห้งแล้งกลายเป็นแกลเลอรีโชว์งานศิลป์ ริก้าก็ตกแต่งบ้านด้วยของสะสมที่ตัวเองชอบ แต่งานศิลปะก็ถูกจัดวางในที่เหมาะสม คือทำอย่างไรก็ได้ให้บ้านนั้นมีความน่าอยู่
“คุณพ่อริก้าคือคุณอาดิง ดีล่า (นักดนตรีที่มีชื่อเสียงมากยุคหนึ่ง) ก็ชอบงานศิลปะ แต่ท่านจะชอบแนวธรรมชาติ เรือใบ รูปคนตกปลา อาจจะไม่ใช่แบบที่ริก้าชอบ แต่ก็เก็บงานที่ท่านสะสมไว้ที่บ้านตากอากาศ มีชิ้นหนึ่งเป็นผลงานของสมชัย หัตถกิจโกศล ภาพนี้พ่อแขวนไว้หลังโต๊ะทำงาน ริก้าเห็นมาแต่เด็ก ตอนพ่อย้ายไปอยู่ราชบุรีก็เลยขอมาเก็บไว้”

แล้วการจัดวางงานศิลปะนี่ริก้าเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยหรือเปล่า
“คือเรื่องนี้แต่ก่อนไม่คิด ไม่เชื่อนะ เพราะริก้าเป็นแคทอลิก แต่เพื่อนฝูงที่ใกล้ชิดกันทุกคนก็จะให้ซินแสมาดู แล้วบ้านสามีของริก้าก็เป็นคนจีน เชื่อเรื่องขนบเหล่านี้ หลังๆ มานี่ริก้าก็ให้ซินแสมาดูบ้าง ก็ได้รับคำแนะนำว่าอย่าเอาภาพที่มีเนื้อหารุนแรง ภาพคนร้องไห้ หรือภาพคนเดี่ยวๆ มาไว้ในห้องนอน ให้เอาภาพคนคู่กันมาไว้ คือฟังดูก็เป็นเหตุเป็นผล ไม่ต้องคิดเรื่องเหนือธรรมชาติเลย เพราะห้องนอนควรมีบรรยากาศที่สงบ หรือที่ไปได้ศิวลึงค์ที่เป็นหินแกะโบราณก็นำมาจัดวางกับงานประติมากรรมของศิลปินที่เขาเอาถาดใส่ไข่ที่ทำจากชานอ้อยมาเป็นแรงบันดาลใจ จัดวางในสวน ริก้าเรียกพื้นที่ส่วนนี้ว่าสวนแห่งความมั่งคั่ง ศิวลิงค์เป็นเรื่องของความอุดมสมบูรณ์มาแต่โบราณ แต่ไม่ได้บูชาหรือประกอบพิธีอะไรนะ
“ถ้าจะสะสมอะไรเราก็ควรได้ชื่นชมและมีความสุขกับการได้อยู่กับของที่เราสะสมนั้นๆ อย่าสะสมเพื่อเก็งกำไรหรือคาดหวังมูลค่า เพราะจะทำให้เครียดเปล่าๆ ใครมาบอกว่างานศิลปะของศิลปินคนนั้นคนนี้ที่ริก้ามีราคาพุ่งสูงไปทะลุฟ้าแล้ว ก็ดีใจนะ แต่จะทำอะไรได้ในเมื่อริก้าไม่เคยคิดจะขายอยู่แล้ว ที่เลือกมานี่เพราะชอบ อยากเก็บไว้ชื่นชมจริงๆ”












