Life Unfolded

Share This Post

- Advertisement -

เปิดชีวิตที่ไม่เคยพับเก็บไว้ เพราะใช้ทุกช่วงเวลาจนคุ้มค่าของเต – ตะวัน วิหครัตน์

Photographer: Thanut Treamchanchuchai

Fashion Editor: Chanond Mingmit

ผมไม่ได้คิดเลยนะว่าผมรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง ผมแค่คิดว่าผมก้าวไปเรื่อยๆ ผมชอบอยู่ตรงนี้ ผมชอบความท้าทายตัวเองที่ผมเจอ

ในวันที่นิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์ นัดเต – ตะวัน วิหครัตน์ ถ่ายปกดิจิตอลโปรเจ็กต์ L’Officiel Hommes ME และ Loewe เป็นวันที่เทรลเลอร์ซีรีส์เรื่อง ‘Cherry Magic 30 ยังซิง’ เพิ่งปล่อยออกมาพอดี เตดูโล่งอกที่สามารถคุยเรื่องนี้กับเราได้อย่างเต็มปากเต็มคำแล้ว “ปีนี้ผมตั้งใจว่าจะรับซีรีส์แค่เรื่องเดียวครับ” เตเปิดบทสนทนากับเราด้วยอาการตื่นเต้นแบบที่ทั้งเรา ทีมงาน และแฟนคลับคงคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว “เพราะปีก่อนๆ ที่รับซีรีส์หลายเรื่องมันก็ burn out นิดนึง ผมรู้สึกว่าผมโฟกัสอะไรไม่ค่อยได้ เพราะจุดที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ ผมทำหลายอย่างมากจริงๆ ไม่เหมือนบางคนที่เขาจะเลือกว่าเขาจะทำละครเป็นส่วนใหญ่ หรือทำเพลงเป็นส่วนใหญ่ แต่ค่ายที่ผมสังกัดมีความวาไรตี้สูงมาก ผมเลยรับบททั้งพิธีกร มีรายการเป็นของตัวเอง มีคอนเสิร์ต ถ่ายละคร ต้องไปเรียนร้องเพลงเตรียมขึ้นคอนเสิร์ต เพราะผมเองก็ไม่ใช่คนที่ร้องเพลงได้ตั้งแต่แรก เรียนร้องเพลงเสร็จก็ต้องมาทำรายการ ถ่ายซีรีส์ ปีก่อนๆ หน้า ผมทำงานทุกวัน วันละอย่าง มันสลับไม่ทัน ปีนี้เลยตั้งใจจริงๆ ว่าจะรับซีรีส์เรื่องเดียว เพราะการเล่นละครเป็นสิ่งที่ต้องเอาตัวลงไปเยอะมาก พอรับละครสองสามเรื่อง และไปทำรายการที่เขาอยากจะให้ผมเป็นตัวเองมากๆ มันก็ต้องเอาเวลาไปหาว่าผมอยากทำอะไร ก็ไม่มีเวลาจะไปหา เพราะมัวแต่เอาเวลาไปถ่ายละคร ผมเลยตั้งใจว่าปีนี้จะรับเล่นเรื่อง Cherry Magic เรื่องเดียวนี่ล่ะครับ” เตยอมรับว่าเขาเสียดายหลายๆ โอกาสที่ผ่านเข้ามาหาเขา แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธไป “แต่นี่ก็เป็นความตั้งใจของผมนะครับ เพราะถ้าผมทำแล้วไม่ดี ผมรอตัวเองพร้อมดีกว่า”

พอทำหลายๆ อย่าง เตรู้ตัวไหมว่าเตชอบตัวเองในบทบาทไหนมากที่สุด “ผมชอบตัวเองที่ทำหลายๆ อย่าง เพราะมันทำให้การทำงานของผมไม่น่าเบื่อเลย ผมว่าคนเรามีหลายมุมมองที่จะมองเรื่องที่ตัวเองทำอยู่ อย่างเพื่อนบางคนของผมที่ทำงานประจำ ข้อเสียคือเขาอาจจะเบื่อ แต่การทำงานของเขาก็คือการสะสมความ expert ในสิ่งที่เขาทำไปเรื่อยๆ ในส่วนงานของผม ผมอาจจะสะสมไม่เร็วเท่าเขา เพราะเขาทำเรื่องซ้ำๆ ทุกวัน แต่ผมเป็นแนวสะสมทักษะวันนี้อย่างละนิด อีกทักษะนั้นอย่างละหน่อย มันเลยเป็นความสนุก ไม่น่าเบื่อ เพราะมันคือการพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้านพร้อมกันน่ะครับ” ดูเหมือนว่าอาชีพนี้จะเป็นอาชีพที่ตอบโจทย์ความขี้เบื่อของเตได้เป็นอย่างดี

เตเข้าวงการโดยเริ่มจากการรับงานพิธีกรเพราะต้องการหาเงินใช้ แต่ถึงวันนี้เส้นทางในวงการบันเทิงของเขาก็ผ่านมาได้สิบปีแล้ว “ผมไม่ได้คิดเลยนะว่าผมรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง ผมแค่คิดว่าผมก้าวไปเรื่อยๆ ผมชอบอยู่ตรงนี้ ผมชอบความท้าทายตัวเองที่ผมเจอ เพราะผมเดินเข้ามาในวงการนี้โดยไม่ได้มีแพสชั่นที่แน่วแน่ หรือมีความสามารถที่ชัดเจนเหมือนคนอื่นเขา แต่พอผมได้ลงมือทำ ผมก็มีแพสชั่นว่าผมอยากจะทำให้ดีขึ้นในทุกวัน ผมได้เรียนรู้ว่าชีวิตมันไม่ได้ง่ายเลยสำหรับคนไม่มีแพสชั่นอย่างผม

“ผมยกตัวอย่างนะ สมมติคนบางคนที่ร้องเพลงเก่งมากอยู่แล้ว เขาก็มาเข้าวงการเนอะ…” เตสะดุดกลางประโยค และทำท่าเหมือนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ซึ่งสารภาพเลยว่า การลงนั่งคุยกับเตนั้นเราจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะได้ตามความเร็วในการพูดของเขาให้ทัน “สำหรับเขามันก็ไม่ได้ง่ายหรอก มันก็มีมุมยากของเขาอยู่แล้ว แต่เขาก็มีทักษะที่มั่นคงอยู่แล้ว เขาก็อาจจะไปปรับปรุงส่วนอื่น แต่ในขณะที่การทำงานของผมที่ไม่ได้มีทักษะอะไรมา ต้องฮึบตลอดเวลาจริงๆ ครับ” แม้ว่าจะฮึบตลอดเวลา แต่เตก็ยอมรับว่าเขาเองก็มีความสุขกับตัวเองในวงการบันเทิงมากจริงๆ

“ผมคิดว่าในอีกประมาณ 3-4 ปีนี้ ผมจะชั่งน้ำหนักระหว่างเรื่องงานและการใช้ชีวิตให้ไปถึงจุดสมดุลของตัวเองตามอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ ผมทำงานค่อนข้างหนัก ผมเลยรู้สึกว่าถ้าได้ทำงานไปด้วยและมีความสุขไปด้วย มันก็คงจะดี คือเราทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพนั่นล่ะ แต่ถ้าผมไปโฟกัสกับงานมากเกินไปจนเสียช่วงชีวิตในวัยที่ยังหาความสุขในชีวิตได้อยู่ ผมเลยตั้งใจว่าเริ่มตั้งแต่ปีนี้จะใช้ชีวิตให้สมดุล ผมจะต้องหาความสุขให้ได้ในระหว่างที่ใช้ชีวิตและทำงานให้ได้มากที่สุด อย่างล่าสุดที่ไปถ่ายงานที่ต่างจังหวัด ผมก็จะพยายามมีความสุขในระหว่างทางให้ได้มากที่สุด ผมจะไม่เครียดว่าตัวเองเหนื่อย นอนน้อย อะไรแบบนั้น แต่ผมจะพยายามเก็บเกี่ยวช่วงเวลาในระหว่างการทำงานมาเป็นกำไรในชีวิตให้ได้มากที่สุดครับ”

- Advertisement -