Let’s Move to Heaven!: เตรียมตัวตายอย่างสง่างามไปกับซีรีส์เรื่องใหม่ที่จะทำให้หัวใจคุณอบอุ่นกว่าเดิม

Share This Post

- Advertisement -

Move to Heaven ออริจินัลซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก Netflix ที่บอกเล่าเรื่องราวผสมผสานระหว่างอาการแอสเพอร์เกอร์ ความเป็น ความตาย และอะไรหลายๆ อย่างที่อยู่ระหว่างนั้น ดำเนินเรื่องโดยกือรู ผู้มีอาการแอสเพอร์เกอร์ และซังกู ผู้ดูแลเขา โดยทั้งสองร่วมกันดำเนินธุรกิจรับทำความสะอาดและจัดการข้าวของเครื่องใช้ผู้ตาย และได้สัมผัสเรื่องราวต่างๆ ที่ผู้ตายทิ้งไว้บนโลกนี้ก่อนลาจาก เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์อีเจฮุน นักแสดงคนสำคัญผู้รับบทซังกู และทังจุนซัง ผู้รับบทกือรู เพื่อร่วมถ่ายทอดข้อความสุดท้ายของผู้ตายต่อบุคคลที่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

ผู้ชมหลายๆ คนอาจจะไม่รู้จักกับอาการแอสเพอร์เกอร์ คุณอยากจะแนะนำอะไรเพื่อให้คนเข้าใจอาการแอสเพอร์เกอร์มากขึ้นไหม

ทังจุนซัง: อาการแอสเพอร์เกอร์จะทำให้แสดงออกความรู้สึกได้น้อย เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ได้ไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้สื่อสารกับอีกฝ่ายได้ยาก เช่น เวลาได้ยินใครพูดอะไร ก็จะเข้าใจตามคำพูดนั้นตรงๆ เลย หรือ ถ้ามีสิ่งที่คิดว่าจะต้องทำ ก็จะต้องทำให้ได้เท่านั้น แต่ในมุมกลับกันจะมีพัฒนาการที่ดีในเรื่องของความจำที่เป็นเลิศ อย่างตัวกือรูเอง ถ้าได้เห็นคู่มือสินค้าหรือรายชื่อชนิดปลาแค่ครั้งเดียว ก็สามารถท่องสิ่งที่เห็นออกมาได้ยาวๆ เลยครับ

Move to Heaven สะท้อนให้เห็นสังคมตัวคนเดียวของเกาหลี ซึ่งจริงๆ แล้วสะท้อนสังคมโลกที่มนุษย์ต่างอยู่โดดเดี่ยวมากขึ้นด้วย อยากรู้ว่าหลังจากทำงานในเรื่องนี้ ตัวคุณเองใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไหม ทั้งกับคนรอบข้าง ครอบครัว ฯลฯ

อีเจฮุน: ตัวผมเองยังอาศัยอยู่กับครอบครัว ไม่ได้แยกออกมาอยู่คนเดียว ก็เลยยังไม่เคยรู้สึกว่าโดดเดี่ยวหรือเหงา แต่พอได้มาแสดงซีรีส์เรื่องนี้เลยได้รู้ว่า “ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน มันไม่ได้อยู่ตลอดไปสินะ”  สักวันหนึ่งก็ต้องเจอกับวินาทีที่แยกจากกัน แล้วตัวเราจะรับมือกับมันยังไง ทำให้ผมคิดถึงจุดนี้เยอะมาก ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดลึกซึ้งเท่าไหร่ ทำให้รู้สึกขอบคุณการที่ผมได้มีชีวิตหายใจอยู่ ณ ตอนนี้ และอยากจะพูดคำดีๆ ให้กับคนรอบตัวที่ผมรักได้ฟัง ทำให้รู้ว่าถึงแม้จะไม่ได้เจอกันบ่อย แต่การติดต่อไปหาและพูดคุยกันนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ

ทังจุนซัง: ผมโทรหาคนรอบตัว เพื่อนหรือคนรู้จักที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน ผมก็มีช่วงที่เหงาหรือรอการติดต่อจากเพื่อนๆ เหมือนกัน เลยลองเปลี่ยนเป็นฝ่ายที่เริ่มติดต่อไปหาก่อนแทนครับ

มุมมองของนักแสดงเองที่มีต่อ “ชีวิตและความตาย” ในซีรีส์

ทังจุนซัง: ที่จริงผมยังเพิ่งอายุ 19 ปี แต่เอาจริงๆ แล้ว มันก็เป็นเรื่องที่คนอายุเท่านี้สามารถจะนึกถึงได้ แต่ผมไม่เคยคิดเรื่องของ “ชีวิตและความตาย” มากขนาดนั้น แต่พอได้แสดงเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับการจัดของให้คนที่จากไป ทำให้ได้ย้อนคิดว่ามีสิ่งของอะไรที่สื่อถึงตัวเราบ้างนะ หรือคิดว่าถ้าเราตายไปแล้ว หลังจากนั้นจะเป็นยังไงนะ คิดแค่อะไรแบบนี้ ไม่ได้คิดถึง “ชีวิตและความตาย” ในเชิงปรัชญาหรือคิดถึงเรื่องชีวิตและความตายอย่างจริงจังขนาดนั้นครับ

อีเจฮุน: ผมพยายามคิดและรู้สึกถึงคีย์เวิร์ดคำว่า “ชีวิตและความตาย” ผ่านผลงานชิ้นนี้  การใช้ชีวิตมีทั้งดีใจ โกรธ เศร้า สุข ผมหวังว่าตอนที่เผชิญหน้ากับความตายผมจะไม่เหงา และได้คิดว่าช่วงเวลาที่คนที่ผมสนิทกำลังจะจากไป ผมอยากจะคอยอยู่เคียงข้างเขาครับ

ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตบ้างไหมหลังจากที่ได้มาเล่นเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับของสำคัญในชีวิตและการจากไป

อีเจฮุน: ผมรู้สึกว่าต้องคอยดูแลคนรอบตัวให้ดี สังคมเราให้ความสำคัญกับความฝัน ความมั่งคั่ง การหาเงินของตัวเอง ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่สำคัญแต่มันก็ช่าง… (หยุดพูดไปแต่สื่อความหมายในสีหน้าและน้ำเสียงได้ว่าน่าเสียดาย/น่าเศร้า) ผมคิดว่าสุขภาพและคนที่อยู่รอบตัวเรา คือผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตมายังไงบ้าง ท้ายที่สุดแล้ว “คน” ก็คือสิ่งสำคัญ รู้สึกว่าต้องดีกับคนรอบตัวให้มากกว่านี้ผ่านผลงานชิ้นนี้ครับ

ทังจุนซัง: ผมก็เหมือนกันครับ ได้รู้สึกว่าคนรอบตัวนั้นสำคัญมาก ไม่ว่าใคร ๆ ก็ต้องเคยรู้สึกเหงาอยู่แล้ว ผมเองก็เช่นกัน ผมเลยได้เรียนรู้ว่าคนรอบตัวนั้นเป็นบุคคลที่สำคัญต่อตัวผมมาก 

อาชีพแบบใน Move To Heaven เป็นความแปลกใหม่ของซีรีส์เกาหลี คุณมีมุมมองอย่างไรบ้างกับอาชีพลักษณะนี้

อีเจฮุน: การมีอยู่ของอาชีพนี้เป็นอะไรที่มีค่าและสมควรได้รับความเคารพ เป็นงานที่ไม่ได้ทำง่ายๆ ผมคิดว่าความเคารพที่มีต่อผู้ที่ล่วงลับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ใช่งานที่จะทำแค่เพื่อหาเงินเท่านั้น ผมหวังว่าถ้าหลังจากนี้คนได้รู้จักและเลือกที่จะประกอบอาชีพนี้มากขึ้น จะได้รู้ว่าเป็นอาชีพที่ต้องมีจิตใจอันยิ่งใหญ่ที่เคารพผู้ล่วงลับและสามารถสื่อสารสิ่งต่างๆ ให้กับครอบครัวของเขาได้

ทังจุนซัง: ผมคิดว่าถ้าวันหนึ่งต้องจากไป ก็คงสามารถฝากเรื่องไว้กับบริษัทเก็บกวาดที่เกิดเหตุหลังความตายได้ รู้สึกว่าตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่ ต้องใช้ชีวิตอย่างดี เพื่อที่เวลาพนักงานมาเก็บกวาดจะไม่ได้เหนื่อยเกินไป ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับเขา รู้สึกว่าเป็นอาชีพที่ยอดเยี่ยมและไม่ใช่งานธรรมดาๆ เลย

ระหว่างถ่ายทำมีอะไรที่พวกคุณประทับใจกันและกันบ้าง

อีเจฮุน: สิ่งที่นึกออกตอนนี้เลยคือ ตอนถ่ายทำ คุณแม่ของจุนซังทำอาหารมาให้สตาฟและนักแสดงทานด้วยตัวเองเลยครับ (หันไปถามคุณจุนซัง) “ใช่กุ้งทอดไหมนะครับ” อร่อยมากๆ เลยครับ เมนูนี้เนี่ยถ้าจะทำก็ต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันก่อนหน้า ทำละเอียดทีละอันๆ (คุณจุนซังน่าจะหันมาตอบว่าคือสปริงโรล) คุณแม่เตรียมสปริงโรลมาให้ อร่อยและประทับใจมาก อยากทานอีกครับ

ทังจุนซัง: (หัวเราะพูดกับคุณอีเจฮุนว่าประทับใจเรื่องนั้นเหรอครับ 555”) สำหรับผม ในฐานะที่พี่เจฮุนเป็นนักแสดงที่มีประสบการณ์เยอะมาก เวลาพักในกอง ผมก็จะถามสิ่งที่ผมสงสัย สิ่งที่ผมควรจะต้องทำต่อไปในฐานะนักแสดง ความคิดและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตต่าง ๆ เวลาถามหรือขอความช่วยเหลือจากพี่เจฮุนทีไร พี่เจฮุนก็จะให้คำตอบอย่างใจดีและคอยนึกถึงมุมของผมตลอด ได้เรียนรู้จากพี่เจฮุนเยอะมาก ประทับใจมากครับ

ในซีรีส์ Move to Heaven นี้คุณต้องเรียนศิลปะต่อสู้ป้องกันตัว (MMA) ก่อนหรือไม่ และมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนแสดงซีรีส์เรื่องนี้

อีเจฮุน: มีฉากที่ต้องแสดงออกมาให้ร่างกายดูแข็งแรงและแนวแอคชั่นเยอะมาก เลยต้องฝึกกับทีมศิลปะป้องกันตัวเยอะหน่อย แต่ก็แอบเสียดายที่ช่วงเวลาฝึกนั้นไม่ได้ยาวมาก ผมอยากแสดงออกมาให้ดูแข็งแรงและเท่ ก็เลยทุ่มสุดตัว ทำให้มีการบาดเจ็บเกิดขึ้น อย่างตอนถ่ายฉากต่อยมวย ต่อยกระสอบทราย ผมหักโหมไปหน่อยทำให้เจ็บข้อมือ ต้องใส่เฝือกที่มืออยู่เดือนนึงเลย ช่วงนั้นก็ลำบากอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกพึงพอใจมากครับที่ได้ลองแสดงฉากต่อยมวยหรือศิลปะต่อสู้ป้องกันตัวต่าง ๆ ด้วยตัวเองผ่านผลงานชิ้นนี้

อยากให้บอกอะไรถึงแฟนๆ หน่อย

อีเจฮุน: ผมรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากที่เรื่อง Move to Heaven จะได้ฉายผ่าน Netflix  อยากให้ถึงวันมะรืนนี้เร็ว ๆ (14 พฤษภาคม) แฟน ๆ จะได้ชมผลงานชิ้นนี้ ได้สัมผัสความรู้สึกเหล่านั้น เป็นผลงานที่สามารถแนะนำให้กับคนรอบตัวได้อย่างภาคภูมิใจ รู้สึกดีมาก ๆ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่องนี้กันมาก ๆ ด้วยนะครับ

ทังจุนซัง: ผมตั้งใจถ่ายผลงานชิ้นนี้ด้วยใจที่อยากจะสื่อความรู้สึกของผมหลังจากได้อ่านบท อยากให้ชมซีรีส์เรื่องนี้แบบสบาย ๆ รับความสนุกสนานและความประทับใจไป และฝากไปโปรโมทกับคนรอบตัวด้วยนะครับ หวังว่าจะชมซีรีส์เรื่องนี้อยากสนุกกัน ถึงจะรู้สึกว่าอีกนานกว่าจะถึงวันมะรืนนี้ (14 พฤษภาคม) แต่รออีกแค่แปบเดียวก็จะได้ชมแล้วครับ ฝากตั้งตารอด้วยครับ 

Move to Heaven สตรีมมิ่งทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

- Advertisement -