ด้วยแรงบันดาลใจจากความสง่างามของม้าซึ่งเป็นหนึ่งสัญลักษณ์ของแบรนด์ผนวกเข้ากับหัตถศิลป์ชั้นสูง
Author: Pimpilai Boonjong

ประวัติศาสตร์ของ Hermès ผูกพันกับม้าตั้งแต่ยุคแรกเริ่มที่ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับการขี่ม้า มาจนถึงการนำเรื่องราวของม้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานใหม่ เช่น นาฬิการุ่นล่าสุด Slim d’Hermès Cheval Ikat หน้าปัดตกแต่งด้วยรูปม้ากำลังควบทะยานอย่างสง่างาม
คนที่เป็นคอนาฬิกาเดรสวอทช์น่าจะเคยได้ยินชื่อคอลเลกชั่นสลิม แดร์เมส (Slim d’Hermès) กันมาบ้าง ฟิลิปป์ เดโลตัล ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์นาฬิกาของแบรนด์ ได้ออกแบบนาฬิการุ่นนี้ไว้เมื่อปีค.ศ. 2015 โดยตั้งใจให้เป็นนาฬิกาที่มีเส้นสายเรียบง่ายสง่างาม ตกแต่งหน้าปัดด้วยฟอนต์ตัวเลขที่ออกแบบใหม่ และทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติที่ Hermès พัฒนาขึ้นเอง

ส่วน Slim d’Hermès Cheval Ikat รุ่นล่าสุด ถือเป็นการยกระดับคอลเลกชั่นนี้ขึ้นไปอีกขั้นด้วยงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ตกแต่งหน้าปัดด้วยดีไซน์รูปม้าซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากกรรมวิธีผลิตผ้าไหมมัดหมี่หรือ ikat คือการย้อมเส้นด้ายก่อนการทอเพื่อให้เกิดลวดลายและสีสันตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมโบราณสืบทอดกันมาในทวีปเอเชีย ในการสร้างสรรค์ลวดลายม้ายกขาควบทะยาน ช่างศิลป์ต้องวางเส้นด้ายขนาดบางกว่าเส้นผมสามเท่าลงบนหน้าปัด ก่อนเริ่มงานปักแต่ละจุด โดยกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของด้ายแต่ละเส้น จากนั้นจะค่อยๆ ยิงเลเซอร์เพื่อเจาะรูของจุดที่ด้ายจะมาบรรจบกัน แต่ละช่องที่ร้อยด้ายจะถูกแต่งแต้มด้วยทอง 24K เพื่อสร้างสรรค์เป็นเค้าโครงที่สวยงาม ด้ายที่ถูกถักทอร้อยเรียงกันอย่างแม่นยำจนครบ 1,165 เส้น กำเนิดเป็นลวดลายที่มีมิติงดงาม
Slim d’Hermès Cheval Ikat มีทั้งหมดสองเวอร์ชั่น คือรุ่นตัวเรือนไวต์โกลด์หน้าปัดสีน้ำเงิน และรุ่นตัวเรือนโรสโกลด์หน้าปัดสีขาว จับคู่กับสายรัดข้อมือหนังที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ H1950 กำลังลานสำรอง 42 ชั่วโมง ผลิตรุ่นละ 36 เรือน

