

จะปั้วะจะปังหรือจะพังก็แล้วแต่ แต่แม่ก้ายอมโทนดาวน์ตัวเองให้สร้อยเพชรที่เธอสวมในงานออสการ์ครั้งที่ 91 ดูโดดเด่นที่สุด เธอคิดแล้วว่าคุ้ม เพราะในประวัติศาสตร์ 142 ปีตั้งแต่มีการค้นพบเพชรสีเหลืองเม็ดนี้ มีสตรีเพียง 3 คนเท่านั้นที่ได้สวมเครื่องประดับที่ทำจากเพชรเม็ดนี้ และทั้งหมดเป็นการให้ยืมจาก Tiffany & Co. ซึ่งเป็นเจ้าของ

เพชรสีเหลืองถือเป็นของหายากล้ำค่า เพชรเม็ดนี้ถูกค้นพบที่เหมือนคอมเบอร์ลี ในแอฟริกาใต้ เมื่อปี ค.ศ.1879 และทิฟฟานีแอนด์โคสาขาปารีสได้เป็นผู้ครอบครอง มีน้ำหนักก่อนจะเจียระนัย 287.42 กะรัต เมื่อเจียระนัยแล้วจึงได้เพชรรูปบิลเลียนต์คัตแบบโบราณ โดยรอบแล้วมีทั้งหมด 90 เหลี่ยมซึ่งผ่านการคิดแล้วว่าจะสะท้อนแสงส่งประกายเพชรได้สมบูรณ์ที่สุด และทำให้น้ำหนักเพชรลดลงเหลือ 128.54 กะรัต
แต่เพชรสีเหลืองไม่เป็นที่นิยมเท่าเพชรน้ำงามสีขาวบริสุทธิ์ในยุคนั้น เพชรสีเหลืองของทิฟฟานีแอนด์โคจึงสงบนิ่งเคียงคู่กับบริษัทมาแสนนาน จวบจนมี ค.ศ.2007 การยืมไปจัดแสดงชั่วคราวที่สถาบันสมิธโซเนียนของสหรัฐอเมริกา ว่าเป็นเพชรที่นำมาจัดแสดงต่อสาธารณชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกา เพราะใหญ่กว่าเพชรโฮปที่จัดแสดงอย่างถาวรในที่เดียวกันเสียอีก
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีสุภาพสตรี 3 ท่านได้สวมเครื่องประดับที่มีเพชรเม็ดนี้เป็นจี้ห้อยตรงกลางนั่นก็คือ นางเชลดอน ไวท์เฮ้าส์ สวมในงานปาร์ตี้ของทิฟฟานีบอลล์จัดที่นิวพอร์ตบีชในปี 1957

คนที่สองที่โชคดีคือออเดรย์ แฮปเบิร์น สวมสร้อยนี้เพื่อถ่ายภาพโปรโมทฯ ภาพยนตร์เรื่อง Breakfast at Tiffany’s ในปี 1961

และคนล่าสุดสดๆ ร้อนๆ บนเวทีออสการ์คือเลดี้กาก้า
หลายคนบอกว่าปังเพราะเพชรที่คอใหญ่มาก บางคนบอกว่าพังเพราะหน้าเธอดูเหนื่อยกับผมสีไวท์บลอนด์และการแต่งหน้าที่ดูแกลมด้วยสีสันน้อยๆ แม้แต่สีปากก็เป็นสีนู้ด แต่โดยรวมเราก็ต้องยอมรับว่าเธอตั้งใจให้เพชรสีเหลืองบนลำคอของเธอเด่นที่สุด แม้แต่ชุด Alexander McQueen ที่โก้แกลมด้วยซิลลูเอทก็ยังเป็นสีดำทั้งชุดเรียกว่าตั้งใจแต่งมาส่งเพชรจริงๆ เพราะเธอคือหนึ่งในสามคนที่ได้สวมสิ่งที่เป็นตำนานในประวัติศาสตร์ร้อยสี่สิบกว่าปีของเพชรสีเหลืองของทิฟฟานีเม็ดนี้


