กำมะหยี่ คือหนึ่งในบรรดาเนื้อผ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราชนิดหนึ่ง ที่นอกจากจะมีสัมผัสที่นุ่มนวล แวววาวและมีราคาแล้ว ผ้ากำมะหยี่ยังเป็นที่นิยมของบรรดาชนชั้นสูง ขุนนาง ไปจนถึงเหล่าบรรดากษัตริย์ในสมัยก่อนที่สามารถย้อนประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไปได้ตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 789 – 809 บริเวณแคว้นแคชเมียร์ไปจนถึงเอเชียตะวันออกกลางช่วงกรุงแบกแดก ในยุคของฮารุน ฮัล-ราชิด ผู้รวบรวมและปกครองอิรักยุคใหม่ ซึ่งผ้ากำมะหยี่นั้นยังเป็นที่หมายปองของเหล่านักดนตรี กวีเร่รอน และได้นำเอาไปเผยแพร่ในอัล-แอนดาลุส รัฐของมุสลิม ซึ่งปัจจุบันเป็นดินแดนที่กินพื้นที่ในสเปน โปรตุเกส และอันดอร์รา รวมถึงพื้นที่บางส่วนทางใต้ของฝรั่งเศส จนถึงในช่วงปีค.ศ. 1250-1517 กรุงไคโรของอียิปต์ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางผู้ผลิตผ้ากำมะหยี่รายใหญ่ที่สุดของโลก และได้ส่งออกไปยังเมืองเวนิชในอิตาลี อัลดาลุส รวมถึงถึงอาณาจักรมาลีในช่วงระหว่างที่ผู้ปกครองของอาณาจักรมาลีเดินทางผ่านไปยังกรุงไคโร เพื่อไปแสวงบุญ ณ กรุงเมกกะ มีคณะผู้ทำผ้ากำมะหยี่ของอาหรับติดตามไปด้วย หลังจากนั้นมาผู้ปกครองของมาลีจึงใส่ชุดตัดด้วยผ้ากำมะหยี่ที่ผลิตในถิ่นของมาลีเองเพื่อใช้ในช่วงเทศกาลฉลองเรื่อยมา นอกจากนี้ยังมีการบันทึกอีกในช่วงปี ค.ศ. 1457 – 1481 ว่าในยุคของเมห์เหม็ดที่ 2 หรือสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมาน มีเหล่าบรรดาพ่อค้าที่ร่ำรวยและชนชั้นสูงนิยมแต่งกายด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินสดที่ผลิตในกรุงบุรซาของตุรกี ย้ายมายังฝั่งยุโรปตะวันตก มีการบันทึกว่าเริ่มมีการผลิตผ้ากำมะหยี่ด้วยตัวเองที่ ลุกกา เจนัว ฟลอเรนซ์ และเวนิซ ประเทศอิตาลี และเนื้อผ้าชนิดนี้เองยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงฐานะและฐานันดรของผู้สวมใส่ ถึงขนาดที่พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษทรงมีพระราชพินัยกรรมในปี ค.ศ.1399 ว่าเมื่อพระองค์สวรรคตแล้วให้ฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้ากำมะหยี่
[av_slideshow size=’no scaling’ animation=’slide’ autoplay=’false’ interval=’5′ control_layout=’av-control-default’ av_uid=’av-b5ul77t’]
[av_slide id=’14186′ av_uid=’av-ayzzgg9′][/av_slide]
[av_slide id=’14187′ av_uid=’av-a97k3pl’][/av_slide]
[av_slide id=’14188′ av_uid=’av-a1dphxl’][/av_slide]
[av_slide id=’14189′ av_uid=’av-9eebejt’][/av_slide]
[av_slide id=’14190′ av_uid=’av-8sz4mo9′][/av_slide]
[av_slide id=’14191′ av_uid=’av-8jvdi5l’][/av_slide]
[av_slide id=’14192′ av_uid=’av-7yzpqx5′][/av_slide]
[av_slide id=’14193′ av_uid=’av-r9jiuh’][/av_slide]
[av_slide id=’14194′ av_uid=’av-7bicd2h’][/av_slide]
[av_slide id=’14195′ av_uid=’av-6piwumh’][/av_slide]
[/av_slideshow]
สำหรับกรรมวิธีการผลิตผ้ากำมะหยี่นั้นในสมัยเริ่มแรกนั้น เริ่มจากการนำเส้นใยมาสับให้ได้มีความยาวที่เท่ากันตั้งแต่ขนาด 0.5 – 3 มิลลิเมตร ซึ่งเส้นใยที่ว่าจะได้มาจากหลากหลายชนิดเริ่มตั้งแต่เส้นใยจากธรรมชาติที่มีคุณค่าและราคาสูงอย่างเส้นใยขนสัตว์แบบดั้งเดิม เช่น โมแฮร์ ขนแกะ ไหม เป็นต้น รองลงมาเป็นเส้นใยจากพืช เช่น เส้นใยฝ้าย เส้นใยลินิน ซึ่งจะมีสัมผัสและความเงางามที่แตกต่างกันออกไป จนถึงผ้ากำมะหยี่ที่ทำจากเส้ยใยสังเคราะห์ล้วนหรือผสมกันระหว่างเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ เมื่อเตรียมเส้นใยและย้อมสีที่ต้องการเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ถึงวิธีการที่นำผ้ามาพ่นกาวจนทั่วทั้งผืน โดยนำเส้นใยกำมะหยี่ที่ถูกติดเข้ากับวัสดุโดยผ่านเครื่องทำไฟฟ้าสถิต จากนั้นแรงไฟฟ้าสถิตจะดึงดูดเส้นใยพุ่งมาปักเรียงเส้นที่ชิ้นงานหรือผ้าที่พ่นกาวเตรียมไว้ เพื่อให้ได้ผ้ากำมะหยี่ที่ขนเรียงกันหนานุ่มตามที่ต้องการ ผ้ากำมะหยี่ในสมัยก่อนนั้นจึงไม่นิยมซักทำความสะอาดบ่อย และเปลี่ยนมาใช้แปรงปัดเพื่อทำความสะอาดแทน
[av_slideshow size=’no scaling’ animation=’slide’ autoplay=’false’ interval=’5′ control_layout=’av-control-default’ av_uid=’av-698clft’]
[av_slide id=’14196′ av_uid=’av-5u7vah5′][/av_slide]
[av_slide id=’14197′ av_uid=’av-55nfvc9′][/av_slide]
[av_slide id=’14198′ av_uid=’av-50e40yx’][/av_slide]
[av_slide id=’14199′ av_uid=’av-46wmaix’][/av_slide]
[av_slide id=’14200′ av_uid=’av-3qaqsuh’][/av_slide]
[av_slide id=’14201′ av_uid=’av-3b3jaqx’][/av_slide]
[av_slide id=’14202′ av_uid=’av-33rjp49′][/av_slide]
[av_slide id=’14203′ av_uid=’av-2i6tlbd’][/av_slide]
[av_slide id=’14204′ av_uid=’av-209z009′][/av_slide]
[av_slide id=’14205′ av_uid=’av-5pturt’][/av_slide]
[av_slide id=’14206′ av_uid=’av-10mxvd5′][/av_slide]
[av_slide id=’14207′ av_uid=’av-l3xzhl’][/av_slide]
[/av_slideshow]
ด้วยกรรมวิธีการสร้างสรรค์ผ้ากำมะหยี่ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอนนี่เอง ผ้ากำมะหยี่จึงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความหรูหราสำหรับผู้ที่ต้องการแสดงถึงฐานะในสมัยก่อน ไม่เพียงแต่สัมผัสที่นุ่มนวลและความเงางามที่ต้องใจใครหลายคนเท่านั้น ผ้ากำมะหยี่ยังมีคุณสมบัติเด่นที่แอบซ้อนอยู่อีกอย่างหนึ่งคือ ‘การดูดซับกลิ่น’ ผ้ากำมะหยี่จึงเป็นเนื้อผ้าที่นิยมสำหรับสุภาพบุรุษนำไปตัดเป็น ‘สโมกกิ้ง แจ๊กเก็ต’ ที่ใช้สำหรับหลังโอกาสการรับประทานอาหารค่ำที่หรูหราและเป็นทางการ เพราะประเพณีนิยมปฏิบัติของสุภาพบุรุษเมื่อสมัยก่อนนั้น ค่ำคืนหลังจากที่รับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหล่าสุภาพบุรุษจะนิยมพากันออกไปสูบซิการ์ที่เตรียมมาพร้อมจิบชาร้อน พูดคุยโอ้อวดกันตามประสาในฐานะเจ้าจักรวาล และเจ้าสโมกกิ้ง แจ๊กเก็ตนี่เองจะทำหน้าที่ดูดซับกลิ่นใบยาสูบจากซิการ์ราคาแพงจากหลากหลายแหล่งผลิต โดยกลิ่นของใบยาสูบนี่จะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สามารถบ่งบอกถึงมูลค่าของซิการ์ได้ ทำให้ใครก็ตามที่ได้กลิ่นใบยาสูบจากสโมกกิ้ง แจ๊กเก็ตก็จะสามารถทราบได้ถึงฐานะของผู้สวมใส่ได้นั่นเอง

